ท่องเที่ยว Tokyo เมืองแห่งแสงสีประเทศญี่ปุ่น

traveljapan

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์การเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เมืองโตเกียว เป็นครั้งแรกครับ ก่อนอื่นเลยผมขึ้นเครื่องที่ สุวรรณภูมิ กับสายการบินดังสายหนึ่งของประเทศนั่งสบายมากเครื่องใหญ่มีหนังให้ดู นั่งจากสนามบินสุวรรณภูมิลงที่ นาริตะ แล้วนั่งรถไฟต่อไปยังที่พักใน ชิน – โอคุโบะ ( Shin – Okubo ) การไปครั้งนี้ผมโชคดีที่พักฟรีครับ และอีกอย่างที่โชคดี คือ เหมือนมีคนพาเที่ยว เพราะว่าเพื่อนผมเคยอยู่ที่ญี่ปุ่นหลายปีก่อนกลับไทยอ่านภาษญี่ปุ่นได้พูดญี่ปุ่นได้เลยเหมือนมีไกด์ส่วนตัว แต่อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญในการไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยอันนี้สำหรับคนที่ไปแบบ backpack แบบผมนะครับศึกษาเส้นทางรถไฟฟ้าให้ดีนะครับเพราะมันมีสถานี และรถไฟฟ้าเยอะมากมีหลายสายครับ ขอบอกเลยครับว่ามีโอกาสหลงได้ 100% อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ เรื่องการสื่อสารครับถ้าใครไม่เป็นภาษาญี่ปุ่นไม่เป็นไรครับ ส่วนคนที่ไม่ชอบภาษาภาษาอังกฤษก็ต้องเรียนรู้ไว้บ้างครับ เพราะ มันสำคัญเผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดขึ้นอย่างเช่น หลงทางในประเทศ , เข้า ตม. , ซื้อของ , สั่งอาหาร ฯลฯ ที่บอกว่าให้ศึกษาภาษาอังกฤษไว้บ้างนั่นก็เพราะว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขาจะใช้ภาษาบ้านเขากันครับบางคนก็ไม่สามารถพูดอังกฤษได้ ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่จะใช้ก็เฉพาะบางสถานที่อย่างเช่นแหล่งท่องเที่ยว , สนามบิน , สถานีรถไฟ เป็นต้น ครับ

สถานีรถไฟ shin - okubo

นอกเรื่องไปซะเยอะ วันแรกที่ผมไปญี่ปุ่นไปถึงก็ช่วงเย็นๆ หัวค่ำๆ แล้วเลยไม่ได้ไปไหนครับไปกินชาบูแล้วก็เข้าที่พักในวันที่ 2 ผมไป Tokyo Disney sea มาครับสนุกมากครับมีเครื่องเล่นเพียบแต่ละอย่างสนุกหวาดเสียวมากคนรอต่อคิวเยอะมากครับบางอันรอเป็นชั่วโมงเลยแต่ผมก็สู้ครับไหนๆ ก็ไปทั้งทีแล้ว ที่นั่นมีร้านอาหาร ของกินพร้อม และสถานที่ใน Tokyo Disney sea จำลองแบบออกมาได้สวยมากครับพื้นที่ของสถานที่ใหญ่มากเรียกได้ว่าเดินกันขาลากเลย การจำลองสถานในการ์ตูนดิสนีย์ กับ สถานที่จริงอย่างเช่น ภูเขาไฟ , เรือไททานิก และอื่นๆ ครับ สำหรับใครที่พาครอบครัวไป พาลูกไป ผมแนะนำให้มาที่นี่ครับรับรองเลยว่าไม่ผิดหวังนอกจากจะได้เล่นเครื่องเล่นต่างๆ แล้วยังได้ดูโชว์สุดอลังการเป็นไฮไลท์ของ Tokyo Disney sea โดยโชว์จะแบ่งเป็นรอบๆ ไปครับ บางคนมารอตั้งแต่ก่อนโชว์จะเริ่ม 2 – 3 ชั่วโมง แต่เป็นโชว์ที่ดีครับไม่เสียเวลากับการรอคอย

tokyo disney sea

สำหรับวันที่ 3 ผมไป akihabara คนที่ชอบสะสมของเล่น หรือ โมเดล ผมแนะนำให้มาที่นี่ครับเพราะมีโมเดลเยอะมากครับเรียกได้ว่าย่านนี้เป็นย่านของโมเดลเลยครับแต่ akihabara ก็ไม่ได้มีแค่โมเดลอย่างเดียวยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ  รวมไปถึงอุปกรณ์โทรศัพท์อย่างเช่น ลำโพงบลูทูธ , หูฟัง , เคสโทรศัพท์ และอื่นๆ เยอะเยะเลยครับอีกอย่างหนึ่งราคาถูกด้วยครับเป็นอีกแหล่งที่น่าเดินมากสำหรับคนที่อยากช็อปปิ้ง

akihabara-japan-3

วันที่ 4 ผมไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติไทโตะครับคนเยอะมาก  และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ภายในของที่นี่จะแบ่งเป็นชั้นๆ โซนๆ ไปครับหลังจากที่ผมเดินชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติไทโตะ เสร็จแล้วผมก็นั่งรถไฟต่อมาตลาด ameyoko ueno  เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่คนไทยนิยมไปกันมากที่สุดครับมีรองเท้าแบรนด์ดังหลายแบรนด์อย่างเช่น adidas , nike , converse และอีกหลายแบรนด์ ที่สำคัญราคาถูกครับถือว่าถ้าใครได้มาที่ อุเอโนะ แล้วไม่ซื้อรองเท้ากลับไปจะพลาดมากครับ

วันที่ 5 ในช่วงเที่ยงๆ ผมไปเดิน Ginza six มาครับเป็นห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ใหญ่โตมากครับ และคนเยอะมากเชื่อไหมครับว่ากว่าตอนเข้าห้างผมต้องต่อคิวยืนเรียงแถวกันครับเพราะคนเยอะมากจริงๆ ภายในห้างก็จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า แบรนด์ดังๆ ร้านอาหาร สำหรับคนที่ชื่นชอบการใช้สินค้าแบรนด์เนมก็ต้องมาที่นี่ครับ

Ginza-six-1

วันที่ 6 ผมได้ไปแหล่งแฟชั่นอย่าง ฮาราจุกุ ครับขอบอกว่าคนเยอะมากที่นี่เป็นเหมือนแหล่งรวมแฟชั่นของประเทศนี้เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่วัยรุ่นไปเยอะมากที่สุดใน Tokyo มีเสื้อทุกแนวทุกสไตล์ ฮาราจุกุ เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีครบทุกอย่างเลยครับ

 

การไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ของผมรู้สึกประทับใจมากครับบ้านเมืองเขามีระเบียบมากปลอดภัยครับ และที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจอีกอย่าง ก็คือ ตอนที่ผมไป Tokyo Disney sea ตอนดูโชว์ผมได้วางกระเป๋าเอาไว้ข้างๆ ตัว หลังดูเสร็จผมก็เดินออกมาลืมกระเป๋าไว้ข้างในกระเป๋ามีเงินสด , พาสปอร์ต และของสำคัญอีกหลายอย่าง ผมได้ลืมกระเป๋าไว้เดินไปที่อื่นโชคดีมากครับมีคนญี่ปุ่นเขาวิ่งมาหาผมเอากระเป๋ามาให้ผมตรวจดูของยังอยู่ครบทุกอย่างนี่เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากครับถ้ามีวันว่างๆ มีโอกาสผมจะไปอีกรอบครับผมรู้สึกชอบประเทศนี้มากเอาจริงๆ ผมอยากไปอยู่เลยครับนี่ก็คือสิ่งที่ผมมาแชร์กับการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครับ

ประสบการณ์เดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น ความประทับใจไม่มีวันลืม Part 2/2

 ตอนที่แล้วผมได้เล่าเรื่องการเดินทางเที่ยวประเทศญี่ปุ่น วันที่ 1 ถึงวันที่ 3 ของการเดินทางทั้งหมด 7 วัน โดยช่วงเวลานั้นได้พูดถึงของการเดินทางจากประเทศไทย ไปประเทศญี่ปุ่น เดินเล่นในโตเกียว และ พาไปโอซาก้ากันแล้ว เรามาต่อกันเลย

วันที่ 4 คราวนี้ผมได้มุ่งหน้าไป เกียวโต (Kyoto) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า มีอริยธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมากมาย ผมได้มุ่งหน้าไปที่ Arashiyama โดยเดินทางด้วย JR จาก Kyoto station ไปลงที่Arashiyama_japan1 Saga Arashiyama ไปชมธรรมชาติแล้ว ผมยังได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำ

Arashiyama_japan2

นั่งเรือชมบรรยกาศ

Arashiyama_japan3

สวยงามมาก ภาพนั่งเรือ

ซึ่งบอกเลยว่าสวยงามมากๆ นั่งเรือชมวิวแล้วสักพักผมก็ถึง สะพาน Togetsukyo Bridge พอจบจากที่ Arashiyama แล้ว ผมก็ได้เดินทางต่อไป วัดทอง หรือวัด อิคคิวซัง หลังจากนั้นตอนเย็นก็ได้เดินทางไป วัดคนไทยมาแล้วต้องมาที่นี้สักครั้ง ที่นี้เราเรียกว่า วัดน้ำใส ครับ ชมบรรยากาศได้เลยด้านล่าง

Arashiyama1

วัดทอง

Arashiyama

วัดน้ำใส

Arashiyama

โชคดีมากไปวันที่เขาเปิดไฟพอดี

วันที่ 5 ผมได้เดินทางต่อไปที่ Takayama : ฮิดะ ทาคายามะ เป็นเมืองไม่ใหญ่มาก แต่บรรยากาศ โดยรวมคุ้มค่าที่จะมาพักผ่อนมาก โดยมาถึงแล้ว ก็เข้าไป เช็คอินที่โรงแรม Hotel Hodakaso Yamano Iori ซึ่งมีราคาถูก แต่คุณภาพของโรงแรมมาด้อยตามราคา ถือว่าคุ้มค่ามากๆกับเงินที่เสียไป กว่าจะจองมาพักได้ต้องลุ้นเหนื่อยเลย เพราะห้องพักน้อย ที่สำคัญออนเซ็นที่นี้ถือว่าดีมากๆซึ่งปกติจะมีราคาที่แพงมากๆแต่ที่นี้ถูกจริงๆ ส่วนข้อเสียจะเป็นห้องน้ำรวม เมื่อพักอาบน้ำเสร็จ ก็เตรียมตัวเดินทางไปดูย่านของฝากกัน อยู่ในย่านเมืองเก่าซันมาจิ ซูจิTakayama2

บรรยกาศ ฮิดะ ทาคายามะ

Takayama1

ย่านเมืองเก่า ซันมาจิ ซูจิ

วันที่ 6 ได้เดินทางไป เทศกาล Takayama Matsuri ซึ่งเป็นประเพณีที่สวยที่สุด 1 ใน 3 ของเทศกาลดังของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ที่เมือง Takayama หลังจากอยู่ถ่ายรูปกันถึง 10 โมงกว่าๆ ก็เดินทางไปยัง Shirakawa-go เป็นสถานที่เมืองโบราณ เป็นมรดกโลกของญี่ปุ่น วันนี้จะเน้นภาพวิวสวยๆเยอะหน่อยนะครับ เพราะแต่ละรูปนี้สวยประทับใจจริงๆ

Takayama Matsuri

เทศกาล Takayama Matsuri

Takayama Matsuri1

ภาพถ่าย เทศกาล Takayama Matsuri

Shirakawa-go

บ้านนี้น่าอยู่มาก

Shirakawa-go

มุมนี้ก็สวยไม่แพ้กัน

Shirakawa-go

สวยมาก สมกับเป็นมรดกโลก

วันที่ 7 เรากลับมาที่เมืองโตเกียว วันนี้ตั้งใจว่าจะเดินให้ทั่วเลย ทั้งแหล่งช็อปปิ้ง แหล่งของกิน สิ่งที่นึกขึ้นได้เลยต้องไป อะเมะโยโกะ อยู่ที่ย่าน อุอาโนะ กลางกรุงโตเกียว ขอบอกเลยว่าเป็นแหล่งรองเท้า แบรนด์ดัง ซึ่งมีรุ่นใหม่มาวางขายแบบราคาไม่แพงมากนัก และ ถ้าเป็นรองเท้าตกรุ่นแล้วละก็ ราคาก็จะถูกลงไปอีกด้วย หลังจากได้รองเท้าแล้ว ก็เดินหาของกินตามทางไปเรื่อยๆบอกเลยว่า อิ่มมากๆ ภาพบรรยากาศกลางคืนใจกลางเมือง Shubuya – ShinjukuUeno

ภาพบรรยกาศ หน้าร้าน

Ueno

มีให้เลือกมาก

Shubuya – Shinjuku

ภาพ บรรยากาศในยามค่ำคืน Shubuya – Shinjuku

วันที่ 8 จะนั่งรถไฟไปที่ Kawaguchiko เพื่อไปเข้าที่พัก โรงแรม Kawaguchiko station inn พอเข้าที่พักแล้ว ก็เดินทางต่อไป chureito pagoda มีบันไดมากกว่า 400 ขั้น โอ้พระเจ้า แต่ระหว่างทางก็มีภาพสวยๆตลอดเส้นทางการเดินขึ้น

รูปภาพตอนขึ้นไปถึง คุ้มมากที่มา

chureito pagoda

ภาพบันได 400 ขั้น

chureito pagoda

ทำให้อยากไปดูภูเขาไฟใกล้ๆเลย

พอจบที่ chureito pagoda ก็เดินทางต่อไปขึ้นรถเพื่อไปดูภูเขาไฟฟูจิกันแบบใกล้ๆกันเลยทีเดียว ซึ่งพิเศษวันนี้เป็นวันที่ต้นซากุระบานพอดี ผมนั่งรอจนถึงเย็นเพื่อรอถ่ายรูปสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ

fuji

และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายเดินทางกลับประเทศไทย สิ่งที่ผมอยากไปนั้นก็มีอีกเยอะแต่ด้วยงบประมาณ และ เวลาไม่พอ ถ้าเป็นไปได้อยากจะอยู่ต่อสัก 1 เดือน จะได้เที่ยว กิน ให้ทั่วญี่ปุ่นกันไปเลย ทั้งหมดเป็นความประทับใจที่จะไม่มีวันลืมเลย และไม่รู้ว่าจะมีเงินมาอีกหรือป่าว แต่ที่แน่ๆยังมีที่อื่นที่อยากไปอยู่เยอะแยะมากมาย ครั้งหน้า ผมจะมารีวิว การท่องเที่ยวอีกแน่นอน แต่ครั้งหน้าจะเป็นในประเทศแทน ผมเตรียมไว้แล้วละ ว่าจะเล่าเรื่องอะไรต่อไป ขอบอกเลยว่าประเทศเรานี้ละ ก็สวยไม่แพ้ต่างประเทศเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากไปให้ทั่วไทยเลย จะได้รีวิว ประสบการณ์ รวมถึงโปรโมท การท่องเที่ยวไปในตัวด้วย แต่วันนี้ ผมลาไปก่อน ครั้งหน้าเจอกันอีกแน่นอน